Welcome Kors!!
เสียงพูดสุดท้าย ...ที่ยังคงดังอยู่ในใจเรา
งาม
Let's your love lead you
Balance
^_^
หน้าตาของความสุข

คุณเฟริส
ลุง
อาไก่
พราว
เรา
wonder eyes
ยัยออย
artemesia
แอน
พี่เอ้
หนูจักรยาน
คุณดรีม
อะดำ
พระจันทร์สีน้ำเงิน
alienasoul
Dead_poet_society
คุณแม่น้องวิล
การเดินทางที่ไม่สิ้นสุด
Kapong

 

เสียงพูดสุดท้าย ...ที่ยังคงดังอยู่ในใจเรา

ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราพอมีเวลาว่างได้หายใจหายคอบ้าง
งานยังคงกองเต็มโต๊ะ แต่ไม่ถึงกับกระหืดกระหอบ
และอดตาหลับขับตานอนอย่างที่ผ่านมา

งานที่เราทำ เป็นงานที่ต้องใช้พลังความคิดสร้างสรรค์ค่อนข้างสูง
งานเขียนบท งานออกแบบเสื้อผ้า งานสอน
พอทำงานมากๆเข้า ก็รู้สึกเลยว่า สมองต้องการ "การรับเข้าของ ข้อมูลใหม่"
หรือที่ใครๆ เรียกว่า "แรงบันดาลใจ"

เมื่อวันก่อนเราเลยแอบแว๊บๆ ไปที่ศูนย์หนังสือของมหาวิทยาลัย หลังเลิกคุมสอบ

ได้หนังสือมาหนึ่งเล่ม และนิตยสารมาหนึ่งเล่ม

หนังสือเล่มนั้น ชื่อ "เสียงพูดสุดท้าย รงค์ วงษ์สวรรค์"

หนังสือซึ่งเป็นบทสัมภาษณ์โดยวรพจน์ พันธุ์พงศ์ นักเขียนที่เป็น
"คนโปรด"ของเราตลอดมา เราติดตามหนังสือแทบจะทุกเล่มของเขาก็ว่าได้

เสียงพูดสุดท้าย ที่ยังคงดังอยู่ในใจเรา

เราซื้อหนังสือเล่มนี้มาโดยไม่ลังเลใจ
และค้นพบว่า ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย ก่อให้เกิดความรู้สึกที่หลากหลายเหลือเกิน
ความรู้สึกสนุก เพลิน และทึ่งกับประวัติชีวิตที่ตื่นเต้นโลดโผนของคุณรงค์ ตลอดจนความรู้สึกโกรธผู้มีอำนาจ ในบ้านนี้เมืองนี้ที่กดให้คนจน แทบไม่เหลืออะไรผ่านทัศนะของคุณรงค์ ในหลายๆครั้ง


แต่ความรู้สึกที่อ้อยอิ่ง ไม่จางไปง่ายๆ ก็คือ ความรู้สึก เศร้า และเสียดาย
เสียดาย .. ที่โรคภัยมาคร่าบุคคลท่านนี้ไป
บุคคลที่มีลมหายใจเพื่องานเขียนอย่างแท้จริง

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ นอกเหนือไปจากความรู้
หลายๆ เรื่อง ที่ไม่เคยรู้ นั่นก็คือรูปแบบการใช้ชีวิตที่น่าสนใจมากของคุณรงค์


คุณรงค์ เป็นคนที่ใช้ชีวิต ได้คุ้มค่า มากที่สุดคนหนึ่ง
ผ่านสงครามโลกอันโหดร้าย ผ่านการรู้ การเรียน และการทำอาชีพมากมายหลากหลาย
ตั้งแต่การเป็นช่างภาพมือดี นักเขียน นักทำซับไทเทิ้ล ตลอดจนเป็นสถาปนิกมือฉมังที่ปลูกบ้านเองมา 9 หลัง การเป็นนักเลง นักรัก นักดื่ม และในทุกบทบาท คุณรงค์มีพลังผลักดันที่แรงกล้ามากที่จะทำทุกอย่าง อย่างผู้ที่ "รู้จริง" และ "แตกฉาน" ในสิ่งนั้นๆ

การทำให้ตัวเองได้รู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจริงๆ ใช้เวลา
บางคนก็ใช้เวลาชั่วชีวิต เพื่อจะได้รู้จริง เพียงเรื่องเดียว
เหตุนี้ละมัง ที่ทำให้ใครหลายคน เพิกเฉย ที่จะเข้าไป เรียน ให้รู้จริงๆ
เพราะมันช่าง "เสียเวลา" และ ไม่ง่ายอย่างที่ต้องการ

เรารู้สึกสะท้อนใจเหลือเกิน เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ อันเป็นภาพสะท้อนของ
คนรุ่นก่อน ที่พร้อมจะเอาตัวเข้าวางเป็นเดิมพัน เพื่อให้ได้ความรู้
อยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสืออย่างที่ภาษิตไทยว่าไว้
คนรุ่นก่อน สนใจการหาความรู้นอกตำราเรียน เรียนกับคนจริงๆ
เรียนจากธรรมชาติจริงๆ คนที่ใกล้ตัวที่สุดของเราคือพ่อกับแม่
พ่อกับแม่เราไม่ได้จบปริญญาหรือยิ่งใหญ่มาจากไหน
แต่ท่านทั้งสอง รู้ในสิ่งที่ตัวเองทำจริงๆ พ่อเราจบช่างกล
เราจำได้ว่าภูมิใจในตัวพ่อมากๆ เวลาพ่อประดิษฐ์อุปกรณ์อะไรใหม่ๆ
ต่อเติมรถมอเตอร์ไซค์ให้เป็นสามล้อ เชื่อมนู่นเชื่อมนี่ ทำอุปกรณ์เกษตรเอง
ทำรถเข็นให้แม่ แถมทำของเล่นไม้ให้ลูกได้อีก ส่วนแม่ก็ทำอาหารเก่งมากๆ
แม่เรียนจากป้าเส่ง หญิงพม่าที่แม่อาศัยอยู่ด้วยตอนเป็นสาว อาหารบางอย่างเป็นเหมือนอาหารลูกครึ่งไทย พม่า ที่เดี๋ยวนี้แทบไม่มีใครรู้จัก แม่เราทำอาหารให้ทั้งหอม ทั้งน่ากิน
ทำขนมไทยและอบเทียน นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากคนรุ่นเก่า
การเรียน ให้ "รู้" สำคัญเหลือเกิน เพราะการที่เรารู้และทำทุกอย่างด้วยความเข้าใจที่แท้จริง ทำให้งานนั้นมีคุณค่า จะมีประโยชน์ใดถ้างานที่เราทำทำเงินมากมายมหาศาลแต่เป็นงานที่ไม่ได้ใช้ความรู้ แต่เป็นกลโกง หรือเอาเปรียบผู้คนที่ทุกข์ยาก

และในฐานะครู
ทุกครั้งที่ลูกศิษย์เรียกร้องเกรดดีๆ โดยไม่ได้ใช้ความพยายามที่จะเรียนให้ "รู้"
เรารู้สึกจุกในอกทุกครั้ง

กระดาษที่พิมพ์ A B C มีประโยชน์อะไร
ถ้าเราจบไปทำงานแล้ว ทำอะไรไม่เป็น ไม่มีอะไรในหัว
อยากเป็นไกด์นำเที่ยวแต่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวัดพระแก้วอยู่ตรงไหน
อยากเป็นนักแสดงแต่ไม่อ่านบท
อยากเป็นจิตรกร แต่ไม่ยอมลงทุนซื้อกระดาษ
แล้วเราจะรู้ จริง ได้อย่างไร

เราเคยพูดทีเล่นทีจริงกับเพื่อน ส่งผลให้เกิดเสียงหัวเราะขึ้นรอบวง
"สงสัยเด็กสมัยนี้คิดว่าทุกอย่างเป็นหมือนหนัง matrix อยากทำอะไรเป็นก็โหลดเอาง่ายดี อยากขับเครื่องบินก็โหลดเอา อยากสู้แบบกังฟูเป็นก็โหลดเอา"

แล้วคนรุ่นก่อนทำได้ยังไง
เฉินหลง  ทอมัส แอลวา เอดิสัน กระทั่งพุ่มพวง ดวงจันทร์
ถ้าพวกเขาไม่ทุ่มกายและเอาตัวและหัวใจเข้าแลก
พวกเขาจะประสบความสำเรีจในชีวิตได้ยังไง

ความสามารถโหลดเอาไม่ได้ แต่สร้างได้

เคยเจอนักศึกษาที่วาดรูปไม่ได้แล้วโกรธเรา ร้องไห้
ว่าทำไมต้องให้ทำงานยากๆ ทำไมต้องบังคับให้เรียน

เราถึงกับอึ้งไป
เราไม่ได้มีอำนาจขนาดนั้นนี่นา
หนูถือเงินมาสมัครเรียนเองนี่นา ครูจะไปรู้ได้ยังไงว่า จริงๆแล้วหนูไม่ได้ชอบเรียนศิลปะ
ก็เห็นว่าหนูอยากจบไปแล้วทำงานด้านนี้ จะทำงานนี้ได้ก็ต้องฝึก
มาเรียนเพื่อฝึกให้ ทำเป็น ถ้าเป็นดีไซเนอร์ที่วาดภาพไม่ได้ สื่อสารออกมาเป็นภาพไม่ได้
แล้วจะเป็นดีไซเนอร์ที่ดีได้ยังไง เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน

เกรด เอ ล้วน
แต่ทำอะไรไม่เป็น

เราชื่นชมคนที่รู้จริงในสิ่งที่ทำ
ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร
พนักงานทำความสะอาด กระเป๋ารถเมล์ คนวาดใบปิดหนัง กระทั่งช่างเสริมสวย
ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง คุณค่าที่มาจากความจริงใจ ตั้งใจ และรู้จริงในสิ่งที่ทำ

ไม่ใช่คำลวงบนกระดาษแผ่นหนึ่ง


 

     Share

<< งามWelcome Kors!! >>

Posted on Fri 25 Sep 2009 14:49

         

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh