In your eyes..
วันจันทร์ธรรมดาๆ
I'm fine,thank you. And you??
จดหมายถึงลูกศิษย์
ล้า..
My Neighbors : กำแพง
ขอบคุณ
เพียงรอยยิ้มรอยนั้น..
กลับบ้าน
No matter what
คำตอบที่รอคอย

คุณเฟริส
ลุง
อาไก่
พราว
เรา
wonder eyes
ยัยออย
artemesia
แอน
พี่เอ้
หนูจักรยาน
คุณดรีม
อะดำ
พระจันทร์สีน้ำเงิน
alienasoul
Dead_poet_society
คุณแม่น้องวิล
การเดินทางที่ไม่สิ้นสุด
Kapong

 

My Neighbors : กำแพง

1. เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

วันนี้อากาศปรวนแปร
เริ่มจากความเทาจางของท้องฟ้าในตอนเช้า
แสงแดดในตอนสาย
ตามมาด้วยสายฝนพรั่งพรูในตอนบ่าย
ก่อนที่แสงแดดจะกลับมาเริงร่าอีกครั้ง
บรรดาผ้าบนราวที่เราตากไว้ตั้งแต่ตอนสายคงงงน่าดู
ที่จู่ๆ ถูกย้ายที่เสียวุ่นวาย
เดี๋ยวอยู่ในสนาม เดี๋ยวก็ถูกย้ายเข้าไปในบ้าน
ซักพักได้ออกมาเจอแดดข้างนอกใหม่
แต่ก็เอาเถอะนะ..ยังดีที่ผ้าแห้ง ไม่ทิ้งกลิ่นชื้นไว้ให้ดอมดม

 

2. วันอาทิตย์กับเสียงเลื่อยไฟฟ้า


วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เราพักผ่อนอยู่บ้านสบายๆ กับตาผู้ชายตัวโต
เสียอย่างเดียวที่ แม้จะเป็นวันอาทิตย์ที่ใครๆ นอนเอกเขนกอยู่บ้าน
แต่บรรดาคนงานที่ถูกจ้างมาทำงานก่อสร้างข้างๆ บ้านเรา
กลับต้องมาทำงานในวันที่อากาศเรรวนเช่นนี้
เสียงเลื่อยไม้ ตอกตะปู ดังแว่ว เข้ามาเยี่ยมเยือนถึงในบ้าน

ตาผู้ชายตัวโตค่อนข้างจะหงุดหงิดกับเรื่องนี้พอสมควร
เพราะเค้ารู้สึกว่านี่คือ วันแห่งการพักผ่อน
และการส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านในวันนี้ก็ออกจะเกินไปหน่อย

นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความต่างในวัฒนธรรม
ขณะที่ชาวนิวยอร์คเลือกที่จะไปเคาะประตูบ้านเพื่อนบ้านแล้วบอกว่า
วันนี้วันหยุดนะ ขอนอนหลับเงียบๆมั่งได้ไหม
แต่คนไทยเลือกที่จะนั่งอยูบ้านและคิดในใจว่า เดี๋ยวเสียงนั่นมันก็เงียบไปเองมั้ง

สุดท้ายเราสองคนก็เลือกที่จะปล่อยให้เสียงนั่นเงียบไปเองจริงๆ


ชีวิตในเมืองก็แบบนี้
เราอยู่ใกล้กับเพื่อนบ้านมาก

มาก...

แต่กลับมีช่องว่างและความไม่เข้าใจมากมายไปหมด

เรื่องเล็กๆ ที่แสนจะสำคัญ

ก่อนหน้านี้
มีเหตุการณ์หนึ่งที่เราสองคนได้ทำลงไป
โดยที่คิดไตร่ตรองดีแล้วและไม่มีการใช้คำว่า "ไม่เป็นไร"
และแม้ว่าหลังจากนั้นมา

เพื่อนบ้านคนนี้ของเราจะไม่เคยมองเราแบบเป็นมิตรอีกเลย

3. กำแพง

เรื่องของเรื่องก็คือ
ในซอยที่เราอยู่
ทั้งบ้านข้างๆ และบ้านที่อยู่ตรงข้ามเราต่างก็กำลังมีการก่อสร้างด้วยกันทั้งคู่
และแน่นอนว่าย่อมมีคนงานหลายสิบชีวิตเข้ามาทำงาน

และบ่อยครั้งที่เรารู้สึกได้ว่าถูกจับตามอง
จากบรรดาคนงานทั้งสองบ้าน

แรกๆ ก็ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่
แต่หลังๆ เวลาเราเดินเข้าบ้านคนเดียว
มักจะได้ยินเสียงเพลงแซวจากคนงานกลุ่มใหญ่

และสายตาที่โลมเลียไปตั้งแต่หัวจรดเท้า

เราเริ่มรู้สึกมากขึ้น..มากขึ้นเรื่อยๆ
เลยบอกตาผู้ชายตัวโต

กำลังคุยกันอยู่ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี ก็เกิดเรื่องขึ้นซะก่อน

วันนั้นเป็นวันจันทร์ซึ่งเป็นวันหยุดของเรา
จำได้ว่าวันนั้นเราออกไปธุระและกลับมาถึงบ้านตอนบ่ายแก่ๆ
กลับมาถึงบ้านด้วยความล้าไปทั้งตัว
เข้าบ้านมาก็เลยเปิดม่านและหน้าต่างเพื่อรับลม
แต่ปรากฏว่า
เราเห็นคนงานคนหนึ่งจากบ้านตรงกันข้ามยืนอยู่ที่ประตูรั้วบ้าน 
จ้องมองมาที่เราอย่างจงใจ
สายตานั่นก็ชัดเจนว่าต้องการอะไร
เราตกใจกลัวมากๆ เพราะอยู่บ้านคนเดียว
ประตูรั้วก็ไม่ได้ปิดแน่นหนาอะไร

กลัวมากเลย
เพราะจับได้ว่าคนงานคนนี้จ้องเราหลายทีแล้ว
แต่วันนี้ไม่นึกว่าเค้าจะกล้ามายืนจ้องอยู่ถึงหน้าบ้าน
วันนั้นก็เลยโทรหาผู้ชายตัวโตให้กลับบ้านเร็วหน่อย
เพราะเราไม่อยากอยู่คนเดียว

วันนั้นพอผู้ชายตัวโตกลับมาถึงเราเลยรีบเหตุการณ์ให้ฟัง
และเจ้ากรรมที่คนงานคนนั้นเค้าคงไม่รู้ว่าตาผู้ชายตัวโตกลับมาแล้ว
เลยมายืนอยู่ที่หน้าประตูรั้วอีก

พอผู้ชายตัวโตเห็นก็เลยตัดสินใจเข้าไปคุยกับเจ้าของบ้านที่ว่าจ้างคนพวกนี้มาทำงาน

แต่ก็ได้รับคำตอบว่า

เป็นคนงานที่ดี ที่ไว้ใจได้
ไม่มีอะไร
เค้าแค่แหย่เล่น

เพื่อนบ้านคนนี้ซึ่งเป็นผู้หญิงด้วยกันเหมือนเรา
บอกว่า
เพราะน้องแต่งตัวโป๊หรือเปล่า คนงานมันถึงได้มอง
คือ ตอนที่เค้ามาจ้องหนูอยู่หน้าบ้านนี่ คือใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวอยู่เลยค่ะ
ตกลงกลายเป็นความผิดเราไปอีก


รู้สึกหน้าชาๆ ไปเหมือนกัน
คือมาขอความช่วยเหลือเพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย
แต่กลับกลายเป็นว่า
เราทำตัวไม่ดี คนงานถึงได้มองและได้ทำแบบนี้กับเรา

ตอนนั้นคือไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ว่าเขาเลือกที่จะเข้าข้างคนงานของตัวเอง
แทนที่จะรับฟังเพื่อนบ้านอย่างเราได้อย่างไร

ตอนนั้น..
สิ่งเดียวที่ทำให้เรารู้สึกดีก็คือ
มือข้างนั้นของตาผู้ชายตัวโตที่จับกระชับแน่น
บีบเบาๆ เหมือนจะบอกว่า
ไม่เป็นไรนะ ผมจัดการเอง

ท่าทีของตาผู้ชายตัวโต
ที่ปกป้องเราเต็มที่ และพร้อมที่จะเอาเรื่องใครก็ตามที่เข้ามายุ่งกับเรา
ทำให้บรรดาคนงานเลิกมองเราไปเลย

ทุกวันนี้เราเดินเข้าซอยโดยที่ไม่ต้องเกร็งอีกแล้ว
แต่ที่เรายังคงไม่เข้าใจก็คือ
คุณป้าเจ้าของบ้านหลังนั้นกลับทำท่าเย็นชาใส่เราทั้งคู่

และเมื่อเวลาผ่านไป เราก็เรียนรู้ว่า..
บางเรื่องอาจจะดีกว่าถ้าเราละไว้อย่างนั้น
โดยที่ไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจต่อ
เพราะเรามีเรื่องอื่นๆมากมายที่จะต้องคิดถึง

และไม่ว่าใครจะคิด จะทำอะไร
ชีวิตเราก็ยังคงต้องดำเนินต่อ...

โชคยังดีที่เพื่อนบ้านของเราไม่ได้เย็นชาใส่เรากันหมด
คุณลุงไพบูลย์บ้านติดกับเราก็ยังคงยิ้มแย้มทักทายเราเสมอ
พี่ไก่บ้านหัวมุมถนนก็ยังคงน่ารักและเป็นกันเอง

ทุกวันนี้เรามองไปยังกำแพงสูงกว่าสองเมตรบ้านของคุณป้าบ้านตรงข้ามผู้เย็นชาแล้วก็คิดว่า
กำแพงนี้เราไม่ได้เป็นคนสร้าง
และมันก็สูงเกินไปที่เราจะปีนเข้าไป

บางทีการอยู่แบบ ต่างคนต่างอยู่อาจจะดีกว่า


4. รูปค่ะ

นี่แหล่ะค่ะ วันอาทิตย์ของเราในวันที่ผ่านๆมา
ไม่มีอะไรมากมาย
ก็แค่การซักผ้าด้วยกัน รดน้ำต้นไม้ ทำอาหาร ทานอาหาร แล้วก็ดูหนัง
ภาพพวกนี้เราถ่ายไว้ตอนอยู่กันหลังบ้าน

ชีวิตธรรมดาๆ
แต่กลับทำให้เรายิ้มได้ทุกวันเลย

ชีวิต จะต้องการอะไรมากไปกว่านี้ ..จริงมั้ยคะ :)

 



 

My Neighbors กำแพง

 

My Neighbors กำแพง

 

My Neighbors กำแพง

 

My Neighbors กำแพง

 

My Neighbors กำแพง

 

My Neighbors กำแพง
รูปนี้ตาผู้ชายตัวโตถ่าย

 

My Neighbors กำแพง

ผมยาวขึ้นมากเลย

My Neighbors กำแพง

My Neighbors กำแพง

 

 

ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª ª
   

 Worth Looking

          My Neighbors กำแพง    My Neighbors กำแพง    My Neighbors กำแพง

       My Neighbors กำแพง  My Neighbors กำแพง  My Neighbors กำแพง        

 

MY ART

 

My Neighbors กำแพง      My Neighbors กำแพง     My Neighbors กำแพง

 

 

 

     Share

<< ขอบคุณล้า.. >>

Posted on Sun 17 Feb 2008 23:05

         

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

มาอัพเถอะคะพี่เอ
คิดถึง
your fan   
Mon 7 Apr 2008 22:10 [3]

ระวังตัวด้วยนะคะพี่เอ

รูปสวยๆทั้งนั้นเลยนะคะ

Be Happy ka!
your fan   
Wed 27 Feb 2008 21:45 [2]

เฮ้อ อ่านแล้วอดห่วงเรื่องคนงานไม่ได้ ยังไงก็ระวังตัวนะคะคุณเอ

ป.ล. รูปงามมากๆค่ะ
ก ข ค   
Mon 18 Feb 2008 11:23 [1]